ประโยชน์ของ “อัลมอนด์” ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

ประโยชน์ของ “อัลมอนด์” ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ อัลมอนด์ เป็นหนึ่งในพืชตระกูลถั่ว ที่เรียกได้ว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากมาย เนื่องจากอัลมอนด์เป็นถั่วที่อุดมไปด้วยไขมันดี อีกทั้งยังเป็นแหล่งแมกนีเซียม โพแทสเซียม และวิตามินอีที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย ซึ่งในวันนี้เราได้รวบรวมประโยชน์ของการทานแอลมอนด์มาฝากทุกคนกันค่ะ ว่าแต่อัลมอนด์จะมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านไหนบ้าง ไปดูคำตอบพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

ทำความรู้จักอัลมอนด์

อัลมอนด์ (Almonds) เป็นถั่วชนิดหนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดในตะวันออกกลาง อินเดีย และแอฟริกาเหนือ เป็นพืชในตระกูลเดียวกันกับแอพพริคอท เชอร์รี่ ลูกพลัม ลูกพีช และลูกพรุน รสชาติของอัลมอนด์จะมีทั้งแบบหวานและขมซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ต่างกัน สายพันธุ์ที่มีรสขมมักจะนำไปทำน้ำมันสำหรับเพิ่มรสชาติอาหาร ส่วนพันธุ์ที่มีรสหวานจะนำมาประกอบอาหารและรับประทานเล่นเป็นอาหารว่าง

อัลมอนด์ : บำรุงสมอง

1. อัลมอนด์ : บำรุงสมอง

อัลมอนด์สารอาหารที่จำเป็นต่อการพัฒนาสมอง ซึ่งมีการพิสูจน์แล้วว่า การรับประทานอัลมอนด์สัมพันธ์กับระดับสติปัญญาที่สูง ผู้คนเชื่อกันมานานแล้วว่า อัลมอนด์เป็นอาหารที่สำคัญต่อเด็ก นอกจากนั้นถั่วชนิดนี้ยังมีสารไรโบฟลาวินและแอลคาร์นิทีน ที่เพิ่มการทำงานของสมอง และสร้างการเชื่อมต่อของเส้นประสาทใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น และในขณะเดียวกัน ก็ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้

อัลมอนด์ : ลดคอเลสเตอรอล

2. อัลมอนด์ : ลดคอเลสเตอรอล

อัลมอนด์มีประโยชน์ต่อการลดระดับไขมันไม่ดีในเลือด เนื่องจากอัลมอนด์จำนวน 24 เมล็ด มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีส่วนช่วยลดไขมันชนิดไม่ดีมากถึง 13 กรัม การรับประทานอัลมอนด์จึงอาจช่วยลดคอเลสเตอรอล ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและเบาหวาน นอกจากนั้น การรับประทานอัลมอนด์ยังอาจช่วยเพิ่มระดับไขมัน HDL ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระดับไขมันชนิดไม่ดีอีกด้วย

อัลมอนด์ : ต้านอนุมูลอิสระ

3. อัลมอนด์ : ต้านอนุมูลอิสระ

อัลมอนด์อุดมไปด้วยวิตามินอี แมกนีเซียม และโพแทสเซียม ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งช่วยให้ออกซิเจนและสารอาหารต่าง ๆ ไหลเวียนในเลือดได้ดี

อัลมอนด์ : เสริมความจำและสติปัญญา

4. อัลมอนด์ : เสริมความจำและสติปัญญา

โดยปกติ ประสิทธิภาพความจำและความตื่นตัวของสมองจะลดลงหลังรับประทานอาหารมื้อกลางวัน อย่างไรก็ดี การบริโภคอัลมอนด์อาจช่วยเสริมสร้างความจำได้ ดังปรากฏในงานวิจัยชิ้นหนึ่ง ซึ่งแบ่งผู้ที่มีภาวะอ้วนและน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานออกเป็นกลุ่มรับประทานอัลมอนด์ และกลุ่มไม่รับประทานอัลมอนด์ เพื่อดูว่าอัลมอนด์ส่งผลต่อการทำงานของความจำและสติปัญญาอย่างไร ผลลัพธ์ชี้ว่าผู้ที่รับประทานอัลมอนด์ในช่วงลดน้ำหนักนานกว่า 12 สัปดาห์ มีสมรรถภาพด้านความจำดีขึ้นมากกว่าอีกกลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 57.7 อีกทั้งการบริโภคอัลมอนด์ช่วงมื้อกลางวันยังช่วยลดภาวะความจำถดถอยหลังรับประทานอาหารได้ ทว่าการรับประทานอัลมอนด์ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจไม่ได้ช่วยพัฒนาสติปัญญาให้ดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

อัลมอนด์ : ป้องกันเบาหวาน

5. อัลมอนด์ : ป้องกันเบาหวาน

จากการศึกษาพบว่า อัลมอนด์จัดเป็นอาหารที่ช่วยปรับสมดุลดัชนีน้ำตาลในเลือด และช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจได้ สำหรับคนเป็นโรคเบาหวานอัลมอนด์ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เพราะช่วยในการหลั่งอินซูลินหลังอาหาร รักษาระดับน้ำตาลในกระแสเลือด แต่ข้อดีที่สุดของอัลมอนด์คือการช่วยลดระดับไขมันเลวในร่างกาย สาเหตุของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ในงานงานวิจัยพบกว่าการรับประทานอัลมอนด์วันละ 1 หยิบมือจะช่วยลดระดับไขมันเลวได้ถึง 4.4 % แต่ถ้ารับประทานวันละ 2 หยิบมือก็จะช่วยลดระดับไขมันเลวได้ 9.4 %     

6. อัลมอนด์ : ช่วยเบิร์นไขมัน

อัลมอลด์ถือว่าเป็นพืชตระกูลถั่วที่มีส่วยช่วยในการเบิร์นไขมัน เพราะ ทั้งโปรตีน ไฟเบอร์ วิตามิน และไขมันดีในอัลมอนด์ จะช่วยเติมเต็มพลังงานและช่วยขับเคลื่อนระบบเผาผลาญของร่างกาย ให้ทำงานได้อย่างเต็มกำลัง เบิร์นไขมันไปได้อย่างราบรื่น ยิ่งคนที่อยากสร้างกล้ามหรือต้องการหุ่นลีน ๆ โปรตีนจากอัลมอนด์ถือเป็นตัวช่วยที่ดีของคุณเลยค่ะ แต่ขอแนะนำว่าควรจำกัดปริมาณอัลมอนด์ให้ไม่เกิน 14 เม็ดต่อการรับประทาน 1 ครั้งนะคะ เพราะจำนวนเท่านี้จะให้พลังงานกับเราราว ๆ 98 กิโลแคลอรีเลยล่ะ

7. อัลมอนด์ : บำรุงกระดูกและฟัน

ในอัลมอนด์มีสารอาหารบำรุงกระดูกอย่างแคลเซียมและฟอสฟอรัสอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ซึ่งนอกจากอัลมอนด์จะช่วยเพิ่มสารบำรุงกระดูกให้ร่างกายแล้ว สารอาหารในอัลมอนด์ยังมีส่วนช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก และช่วยส่งเสริมระบบโครงกระดูกให้มีความแข็งแรงมากขึ้นด้วย ใครกำลังหาอาหารที่ช่วยในการบำรุงกระดูกและฟันอยู่ อัลมอนด์ ถือเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลยค่ะ

8. อัลมอนด์ : ระบบขับถ่ายดีขึ้น

อัลมอนด์ มีไฟเบอร์ที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย หากกินในปริมาณที่พอเหมาะอัลมอนด์จะช่วยกระตุ้นการทำงานของแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ ส่งผลให้ท้องไม่ผูกการทำงานของระบบย่อยอาหารหรือลำไส้ในระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

9. อัลมอนด์ : ลดการอ่อนเพลีย

อัลมอนด์ถือเป็นถั่วที่ช่วยลดอาการอ่อนเพลียลงได้ เนื่องจากว่าอัลมอนด์มีปริมาณแมงกานีส ไรโบฟลาวินและสงกะสีในปริมาณที่สูง แร่ธาตุเหล่านี้จะให้พลังงานช่วยฟื้นฟูให้กับร่างกายของผู้ที่อ่อนแอไม่มีแรง ให้กลับขึ้นมาแข็งแรงคลายจากการอ่อนเพลียได้ไวขึ้น

10. อัลมอนด์ : เสริมระบบการเผาผลาญ

อัลมอนด์ เป็นพืชตระกูลถั่วที่มีส่วนช่วยในการสลายไขมันได้ดี เพียงอย่าทานมากจนเกินไป เพราะจะได้รับพลังงานที่เกินความต้องการ จากช่วยสลายไขมันก็กลายเป็นเพิ่มไขมันขึ้นมาได้ อัลมอนด์มีโปรตีน วิตามินและไฟเบอร์ ที่เป็นตัวช่วยทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น เพียง 14 เม็ดใน 1 มื้อก็ได้ผลแล้ว

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ ประโยชน์ของ “อัลมอนด์” ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ พืชตระกูลถั่วอย่างอัลมอนด์ที่เรารวบรวมมาฝากกันในวันนี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าอัลมอนด์ เป็นถั่วที่มีประโยชน์อย่างมากมาย และประกอบไปด้วยคุณค่าที่หลากหลายกว่าพืชในกลุ่มถั่วต่าง ๆ อีกทั้งยังครอบคลุมการป้องกันการเกิดโรคหลายชนิด เรียกได้ว่าเป็นพืชที่ทั้งอร่อย และมีประโยชน์กันเลย สำหรับใครที่อยากได้รับประโยชน์เต็ม ๆ แบบนี้ แนะนำให้ลองหาอัลมอนด์มาทานกันบ่อย ๆ นะคะ แต่ขอแนะนำว่าควรทานในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น อ่านเพิ่มเติม 7 เมนูดีท็อกซ์ แสนอร่อย แถมดีต่อสุขภาพ

บทความน่ารู้อื่น ๆ : อาการผมร่วงหลังคลอด เกิดจากอะไรกันนะ?